ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Generative AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การเขียนบทความไปจนถึงการสร้างงานศิลปะ เพียงแค่ปลายนิ้วพิมพ์คำสั่ง ก็ได้ผลงานออกมาใช้งานทันที คำถามที่หลายคนเริ่มสงสัย คือ ภาพหรือผลงานที่ AI สร้างขึ้นนั้น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเราไหม? และถ้านำไปใช้ทำธุรกิจ หรือใช้เชิงพาณิชย์ จะผิดกฎหมายหรือเปล่า?
วันนี้พวกเรา Prom Legal Solution จะชวนมาคุยกันแบบเข้าใจง่ายๆ ผ่านมุมมองของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและแนวโน้มกฎหมาย AI ของไทยล่าสุด เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมและความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างชัดเจนค่ะ
ถ้าดูตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 หัวใจสำคัญของการได้รับความคุ้มครอง คือ ผลงานนั้นต้องเกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของมนุษย์เท่านั้น
แนวคิดนี้ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย แต่ยังพบเหมือนกันในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ และหลายประเทศในฝั่งยุโรป ซึ่งมองตรงกันว่า คนที่จะถูกเรียกว่าเป็น “ผู้สร้างสรรค์” จะต้องเป็นบุคคลที่มีสถานะทางกฎหมายเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อ AI ไม่ใช่บุคคล ก็เลยไม่มีสิทธิ์ในผลงานที่ตนสร้างขึ้นเองได้ และถ้าผลงานชิ้นนั้นเกิดขึ้นจากการประมวลผลของ AI เป็นหลัก โดยที่มนุษย์แทบไม่ได้ลงมือสร้างสรรค์อะไรเลย นอกจากพิมพ์คำสั่งเข้าไป งานแบบนี้ก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าประเด็นนี้ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่มาก และยังไม่มีคำพิพากษาศาลไทยที่วินิจฉัยเรื่องนี้โดยตรง จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยดูว่ามนุษย์มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์มากน้อยแค่ไหน
หลายคนอาจแย้งว่า ก็ฉันเป็นคนคิดคำสั่ง ใช้ความพยายามในการกรอกคำสั่ง ลองผิดลองถูก กว่าจะได้ภาพหรือเนื้อหาที่ต้องการ แล้วทำไมถึงไม่มีสิทธิในงานเหล่านั้นล่ะ? ประเด็นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยคือกรณี Théâtre D’opéra Spatial ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2022 จากการประกวดศิลปะที่ Colorado State Fair โดยเป็นผลงานภาพที่สร้างขึ้นด้วย Midjourney และได้รับรางวัลจากการประกวด โดยเจ้าของผลงานอ้างว่าเขาใช้เวลามากถึง 80 ชั่วโมง ในการทดลองและปรับ Prompt รวมถึงป้อนคำสั่งมากกว่า 600 ครั้ง (ประมาณ 624 prompts) ก่อนจะได้ภาพในเวอร์ชั่นที่นำไปส่งประกวด แต่ต่อมาในปี 2023 สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐฯ กลับปฏิเสธการจดลิขสิทธิ์ โดยให้เหตุผลว่า มนุษย์ยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ไม่มากพอ
ในทางนิติศาสตร์ กฎหมายลิขสิทธิ์จะแยกชัดระหว่างไอเดีย (Idea) กับการแสดงออก (Expression) ออกจากกัน ไอเดียเพียงอย่างเดียว ยังไม่ถือว่าเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ตัวคำสั่ง หรือ Prompt นั้นเปรียบเสมือนไอเดีย เช่น การสั่งว่า “ขอภาพชายฉกรรจ์ 4 คน นั่งโต๊ะวงเหล้าอยู่ในบาร์ Saloon” ถือเป็นเพียงไอเดียหรือโจทย์ ไม่ถือเป็นงานวรรณกรรมที่มีลิขสิทธิ์ ใครๆก็มีสามารถสั่งแบบนี้ได้
ส่วนรูปภาพที่ AI สร้างขึ้นมา ก็คือการแสดงออกของคำสั่งนั้น แต่ประเด็นคือ ผู้ที่แสดงออก คือ AI ไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้น หากคุณเพียงแค่ป้อนคำสั่งแล้วได้ภาพออกมาเลย โดยไม่มีการนำภาพนั้นมาดัดแปลง ตัดต่อ หรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วยฝีมือตนเอง งานลักษณะนี้โดยทั่วไปแล้วอาจยังไม่เข้าเกณฑ์การแสดงออกทางศิลปะของมนุษย์ในระดับที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครอง ส่งผลให้ผลงานนั้นอาจไม่สามารถระบุผู้สร้างสรรค์ในทางกฎหมายได้ และไม่เข้าเกณฑ์การคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ พูดง่ายๆคือ มนุษย์เป็นเจ้าของคำสั่งก็จริง แต่สิทธินั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น แต่อย่างใด
แล้วการนำรูป AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ผิดกฎหมายหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ถือว่าผิดกฎหมายโดยตรงค่ะ คุณอาจนำภาพ AI ไปใช้ทำโฆษณา หรือประกอบสินค้าเพื่อสร้างรายได้ได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ คุณจะต้องมีการตรวจสอบข้อตกลงการใช้งานของแพลตฟอร์มที่ใช้ เพราะส่วนใหญ่อนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ได้ก็ต่อเมื่อเป็นสมาชิกแบบเสียเงินเท่านั้น หากใช้ของฟรีไปขาย อาจถือเป็นการละเมิดสัญญาการใช้งานได้ และหากภาพที่ AI สร้างขึ้น บังเอิญไปเหมือนกับตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ หรือผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง การนำภาพนั้นไปใช้อาจทำให้คุณถูกฟ้องร้องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงได้
นอกจากนั้น การที่งาน AI ไม่ได้รับความคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์ ในทางปฏิบัติ ผลงานดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่มีสิทธิผูกขาดและใครก็สามารถนำไปใช้งานได้ เช่น หากคุณนำภาพ AI ไปใช้เป็นโลโก้แบรนด์ วันหนึ่งคู่แข่งอาจหยิบภาพเดียวกันไปใช้ได้โดยที่คุณไม่สามารถฟ้องร้องห้ามปรามได้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนวัตกรรมนี้สามารถช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้อย่างมาก แต่ถ้าหากคุณต้องการสร้างผลงานหรือแบรนด์ที่มีมูลค่าในระยะยาว และได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ทางที่ดี คือ คุณควรใช้ AI เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แล้วนำมาต่อยอด พัฒนา หรือปรับปรุงด้วยทักษะฝีมือของคุณเอง เมื่อมนุษย์มีบทบาทในการสร้างสรรค์อย่างชัดเจน โอกาสที่ผลงานจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
หากคุณกำลังวางแผนสร้างแบรนด์ หรือไม่แน่ใจว่าผลงานที่ใช้อยู่มีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือไม่ พวกเรา Prom Legal Solution พร้อมให้คำปรึกษาในการวางกลยุทธ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย สามารถติดต่อสอบถาม หรือนัดหมายเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้ทันทีค่ะ
หมายเหตุ: ภาพประกอบบทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น (Illustrative image generated by AI)
#PromLegalSolution #กฎหมายธุรกิจ #ทรัพย์สินทางปัญญา #ลิขสิทธิ์ #GenerativeAI #AI #SME #LegalAdvisor

