มากกว่าคำมั่นสัญญา: ทำไม “การทำบันทึกข้อตกลง” จึงเป็นเกราะป้องกันทางธุรกิจที่ “สัญญาใจ” แทนไม่ได้

ในการดำเนินธุรกิจหรือเจรจาทางการค้า ความรวดเร็วและความไว้เนื้อเชื่อใจมักเป็นปัจจัยแรกที่ผู้ประกอบการนึกถึง หลายครั้งธุรกรรมทางธุรกิจจึงจบลงด้วย “วาจา” หรือที่เรียกกันว่า “สัญญาใจ” โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นหลักประกัน แทนการทำบันทึกข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร
.
แม้ว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะระบุว่า สัญญาสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีที่คำเสนอและคำสนองตรงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารเสมอไป อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง การทำธุรกิจโดยปราศจากหลักฐานทางเอกสาร เปรียบเสมือนการแบกรับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
.
วันนี้เราจะพามาวิเคราะห์เหตุผลสำคัญว่าทำไม “สัญญาใจ” จึงไม่เพียงพอในโลกธุรกิจ และทำไมการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กันค่ะ
.
1. กับดักของ “ภาระการพิสูจน์” ในกระบวนการยุติธรรม
ในทางทฤษฎี สัญญาปากเปล่าอาจมีผลบังคับใช้ได้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเกิดข้อพิพาท ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ศาลไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการตกลงกัน การนำสืบด้วยพยานบุคคลมักมีน้ำหนักน้อยและมีความน่าเชื่อถือต่ำกว่าพยานเอกสาร เมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายบิดเบือนข้อตกลงหรือปฏิเสธความรับผิดชอบ การไม่มีเอกสารยืนยันย่อมทำให้ฝ่ายผู้เสียหายเสียเปรียบอย่างมาก สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรจึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยปิดช่องโหว่ในการโต้แย้งและช่วยให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
.
2. ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ “สัญญาใจ” ครอบคลุมไปไม่ถึง
ในความเป็นจริง กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขบังคับสำหรับนิติกรรมบางประเภทไว้ชัดเจนว่า “ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ” มิเช่นนั้นจะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ หรืออาจตกเป็นโมฆะทันที เช่น การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท: ต้องมีลายเซ็นผู้ยืมกำกับไว้ จึงจะมีสิทธิฟ้องร้อง การเช่าซื้อ (Leasing) ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะหรือเครื่องจักร หากไม่ทำเป็นหนังสือ สัญญาจะถือเป็นโมฆะ หรือ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ดังนั้น การทำสัญญาเป็นหนังสือจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่สิ่งที่ต้องทำในหลายๆ ธุรกรรมเพื่อให้มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
.
3. ภาพลวงตาของ “หลักฐานดิจิทัล”
ในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจแย้งว่าการคุยงานผ่านแชทหรือสลิปโอนเงิน ก็ถือเป็นหลักฐานได้ ซึ่งถูกต้องตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อความสนทนามักจะขาดความรัดกุมในรายละเอียด ข้อความในแชทส่วนใหญ่มักขาดรายละเอียดสำคัญในเชิงนิติสัมพันธ์ เช่น เงื่อนไขการปรับเมื่อส่งงานล่าช้า ขอบเขตความรับผิดชอบ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา รายละเอียดนี้คือจุดที่สำคัญที่สุด การมีสัญญาฉบับสมบูรณ์ที่ระบุเงื่อนไขเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน จึงปลอดภัยและครอบคลุมกว่าการพึ่งพาประโยคสั้นๆ ในแอปพลิเคชัน
.
ดังนั้น การเปลี่ยนจาก “สัญญาใจ” มาเป็น “สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร” ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเราไม่ไว้วางใจคู่ค้า แต่มันคือการแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพในการบริหารความเสี่ยง การมีกติกาที่ชัดเจนย่อมช่วยรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว ลดโอกาสในการเกิดความขัดแย้ง และทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง
.
หากคุณกำลังกังวลกับข้อตกลงที่เคยทำไว้เพียงปากเปล่า หรือต้องการวางรากฐานระบบสัญญาของธุรกิจให้ได้มาตรฐาน พวกเรา Prom Legal Solution พร้อมดูแลคุณ เรามีทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมร่างและตรวจสอบสัญญาทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นความเข้าใจในบริบทของธุรกิจท่าน เพื่อให้สัญญานั้นเป็นเกราะป้องกันผลประโยชน์ที่แข็งแรงที่สุด สามารถทักข้อความเพื่อสอบถามข้อมูลหรือนัดหมายปรึกษาเบื้องต้นได้เลยค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top