ทำความเข้าใจเรื่องภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)

ภาษีคาร์บอน คือ ภาษีสิ่งแวดล้อมที่จัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยมีหลักการสำคัญคือ “ใครปล่อยมาก ต้องจ่ายมาก”

หลายประเทศมีการนำมาตรการนี้มาใช้แตกต่างกันไป เช่น

สวีเดน เริ่มเก็บภาษีคาร์บอนตั้งแต่ปี 1991 และปัจจุบันอัตราสูงกว่า 130 ยูโรต่อหนึ่งตัน CO₂

สิงคโปร์ เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เริ่มเก็บตั้งแต่ปี 2019 ที่อัตรา 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหนึ่งตัน และมีแผนปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

สหภาพยุโรป (EU) แม้จะไม่ได้เก็บในรูปแบบภาษีโดยตรง แต่มีระบบ Emissions Trading System (ETS) หรือการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ ทำให้ราคาคาร์บอนในตลาดอยู่ที่ประมาณ 100 ยูโรต่อหนึ่งตัน

สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยเบื้องต้นกำหนดราคาที่ 200 บาทต่อหนึ่งตันคาร์บอนเทียบเท่า (ประมาณ 5.8 ดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมเชื้อเพลิงหลายประเภท เช่น เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น LPG และน้ำมันเตา โดยมาตรการนี้จะไม่กระทบต่อราคาขายปลีก เพราะได้บรรจุอยู่ในโครงสร้างภาษีเดิมแล้ว

สรุปแล้ว ภาษีคาร์บอนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสะท้อนต้นทุนจริงของการปล่อยมลพิษ และเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจปรับตัวไปสู่การใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น สำหรับประเทศไทยยังต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการปรับอัตราภาษีที่เข้มข้นขึ้น การออกกฎหมาย Climate Change หรือการพัฒนาระบบ ETS แบบยุโรปในอนาคตหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายและการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีค่ะ

ถ้ามีความคืบหน้าใหม่ ๆ แอดจะรีบมาอัปเดตให้ทุกคนได้ติดตามกันแน่นอน แล้วเจอกันในหัวข้อถัดไปนะคะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top