AI the Series ตอนที่ 2 บทวิเคราะห์ “Prompt” และ “Expression” เส้นแบ่งความคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่คุณควรรู้

ต่อจากตอนที่แล้ว ที่เราได้พูดถึงสถานะปัจจุบันว่า “ผลงานที่ AI สร้างขึ้นล้วนๆ มักไม่ได้รับความคุ้มครอง” แต่ในมุมของนักสร้างสรรค์และนักกฎหมายทั่วโลก ประเด็นนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่  

วันนี้พวกเรา Prom Legal Solution จะพาทุกคนมาวิเคราะห์ว่า Prompt หรือคำสั่งที่เราสั่ง AI ควรมีกรอบความคุ้มครองอย่างไร จึงจะเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การเขียน Prompt กลายเป็นศาสตร์ขั้นสูง (Prompt Engineering) และมนุษย์ทำงานร่วมกับ AI แบบแทบจะแยกไม่ออก

Prompt คือประโยคคำสั่งที่ใช้ควบคุม AI ให้สร้างผลลัพธ์ตามต้องการ ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่ประโยคสั้นๆ ไปจนถึงคำสั่งที่มีความซับซ้อนสูง โดยจากการสืบค้นข้อมูล หาก Prompt นั้นสั้นและกว้างเกินไป เช่น “แมวบนดวงจันทร์” กฎหมายมักมองเป็นเพียง “ไอเดีย” (Idea) ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์

แต่ในความเป็นจริง การจะได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพ (Professional Output) นั้น Prompt มักจะไม่ได้จบแค่บรรทัดเดียว แต่มันประกอบด้วยการบรรยายฉาก การระบุแสง มุมกล้อง สไตล์ศิลปะ Mood & Tone ต่างๆ ซึ่งต้องใช้ความพยายามในการปรับแต่งหลายรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุด

หาก Prompt ของคุณมีความยาว ความสละสลวย และมีความริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) มากพอ เช่น การเขียนบรรยายที่ซับซ้อนเฉพาะตัว มีความริเริ่มสร้างสรรค์ และสะท้อนตัวตนของผู้เขียน ตัวข้อความของ Prompt อาจมีโอกาสที่จะได้รับความคุ้มครองในฐานะงานวรรณกรรมได้ กล่าวคือ แม้รูปภาพปลายทางที่ AI สร้างออกมาอาจยังเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ชุดคำสั่งที่เป็นเบื้องหลังผลงานนั้น สามารถได้รับการคุ้มครองได้และใช้เป็นฐานในการคัดค้านการนำไปทำซ้ำหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีแนวคำพิพากษาศาลที่รับรองโดยตรงว่า Prompt จะถือเป็นงานวรรณกรรมโดยอัตโนมัติ และการพิจารณาความคุ้มครองยังคงต้องประเมินเป็นรายกรณีตามลักษณะและระดับความสร้างสรรค์ของ Prompt นั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม การเขียน Prompt มีข้อควรระวังทางกฎหมายที่สำคัญมาก หากใน Prompt มีการระบุชื่อตัวละคร (Character Name), ชื่อศิลปิน (Artist Name) หรือชื่อผลงานที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้วอย่างชัดเจน เพื่อให้ AI สร้างภาพที่ “เหมือน” หรือ “คล้ายคลึง” กับต้นฉบับ การกระทำเช่นนี้อาจถูกตีความได้ว่า ผู้สั่งการ “มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์” หรือพยายามลอกเลียนแบบงานของผู้อื่นโดยใช้ AI เป็นเครื่องมือ ซึ่งตัว Prompt นี้เองจะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญทางกฎหมายที่ชี้ว่าการละเมิดนั้นเกิดขึ้นจากเจตนาและบทบาทของมนุษย์ในการสร้างสรรค์งาน โดยมิใช่ความผิดพลาดของ AI

การพิจารณาว่าการสร้างสรรค์นั้นเข้าข่ายเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ จะต้องพิจารณาถึงการแสดงออกซึ่งความคิด และบทบาทของมนุษย์เป็นหลัก ย้อนกลับไปในยุคที่กล้องถ่ายรูปถือกำเนิดขึ้นใหม่ๆ ในช่วงแรก กฎหมายยังลังเลที่จะยอมรับว่าภาพถ่ายมีลิขสิทธิ์ เพราะมองว่าเป็นผลงานของเครื่องจักร (กล้อง) และกระบวนการทางเคมี แต่มนุษย์เป็นเพียงผู้กดชัตเตอร์เท่านั้น แต่สุดท้ายก็ได้มีข้อสรุปว่า ภาพถ่ายจะได้รับการคุ้มครอง เพราะมนุษย์เป็นผู้จัดองค์ประกอบและตั้งค่าแสง และใช้การแสดง

นำมาเปรียบเทียบกับกรณี AI แนวทางการพิจารณาในปัจจุบัน (อ้างอิงแนวทางจาก US Copyright Office และกฎหมายไทย) กฎหมายจะให้ความสำคัญกับอำนาจควบคุมของมนุษย์ โดยหากปล่อยให้ AI จินตนาการเองทั้งหมด มนุษย์เพียงป้อนคำสั่งกว้างๆ ผลงานนั้นอาจเป็นงานที่ไม่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์และไม่สามารถอ้างความเป็นเจ้าของสิทธิได้อย่างชัดเจน

แต่หากมนุษย์มีอำนาจควบคุม เช่น มีการกำหนดคอนเซ็ปต์เองอย่างละเอียด, มีการทำการแก้ไขเฉพาะจุด (Inpainting), หรือนำภาพที่ได้มา Retouch ตัดต่อเพิ่มเติม ไม่ใช่การสุ่มกดเพื่อให้ AI จินตนาการเองทั้งหมด ผลงานนั้นมีแนวโน้มที่จะถูกพิจารณาว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สั่งการ โดยมี AI เป็นเพียงสื่อกลางในการสร้างสรรค์

แม้กฎหมายปัจจุบันยังตามหลังเทคโนโลยีอยู่ก้าวหนึ่ง และยังมอง AI เป็นผู้สร้างในหลายกรณี แต่ทิศทางในอนาคตอาจเปลี่ยนไปตามน้ำหนักที่มนุษย์เข้าไปแทรกแซงกระบวนการทำงาน

สำหรับเจ้าของธุรกิจและครีเอเตอร์ สิ่งที่คุณทำได้ และข้อควรระวัง เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ มีดังนี้

  • บันทึก Prompt ทุกเวอร์ชั่น, ภาพร่าง (Drafts), และประวัติการ Edit งาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์หลัก ไม่ใช่ AI ทำเองทั้งหมด
  • หากธุรกิจของคุณ Prompt เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานคุณโดดเด่น ควรจัดเก็บเป็น “ความลับทางการค้า” (Trade Secret) แทนการพึ่งพาลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นเกราะป้องกันที่แน่นอนกว่าในปัจจุบัน
  • ในการสั่งงาน AI หลีกเลี่ยงการระบุชื่อแบรนด์, ชื่อตัวการ์ตูน หรือชื่อศิลปิน ที่มีลิขสิทธิ์ลงใน Prompt โดยตรง เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ยังอาจผิดข้อกำหนดการใช้งาน (Terms of Service) ของแพลตฟอร์ม AI นั้นๆ ด้วย
  • แนะนำให้ใช้ AI เพื่อหาไอเดียหรือร่างก่อน แล้วนำมาจบงานด้วยฝีมือมนุษย์ วิธีนี้จะช่วยให้งานของคุณได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ได้ชัดเจนที่สุด

         เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นทุกวัน กฎหมายก็กำลังหมุนเปลี่ยนตามกระแสเทคโนโลยี หากคุณต้องการที่ปรึกษาเพื่อวางโครงสร้างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุค AI พวกเรา Prom Legal Solution พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ทางความคิดและกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณก้าวนำหน้าคู่แข่งอย่างมั่นคงและถูกต้อง ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้เลยค่ะ

หมายเหตุ: ภาพประกอบบทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น (Illustrative image generated by AI)

#PromLegalSolution #AILaw #PromptEngineering #Copyright #IntellectualProperty #LegalTech #SME #กฎหมายธุรกิจ

 

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top