สวัสดีค่า วันนี้ขอมาเล่าเรื่อง “ประมาณการ ภ.ง.ด. 51” ที่ใครทำธุรกิจหรือเปิดบริษัทเอง น่าจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างใช่มั้ยคะ หลายคนแค่ได้ยินคำว่า “ภาษี” ก็เริ่มมึนละ แต่เอาจริง ๆ ถ้าเข้าใจหลักการ มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดนะ
“ภ.ง.ด. 51” คืออะไร?
ภ.ง.ด. 51 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชี (พูดง่าย ๆ คือ ภาษีที่เราต้องยื่นกลางปี)
ถ้าเปิดบริษัทไว้ กฎหมาย (มาตรา 67 ทวิ ประมวลรัษฎากร) กำหนดว่า กลางปี (ภายใน 2 เดือน หลังจากผ่านครึ่งรอบบัญชี) ต้องทำการ “ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี” แล้วคำนวณภาษีครึ่งหนึ่งจ่ายเข้าไปก่อน พอถึงสิ้นปี ก็ยื่น ภ.ง.ด. 50 อีกรอบ เพื่อคำนวณจริงว่ากำไรเท่าไหร่ จ่ายภาษีเกินไปไหม หรือยังขาดอยู่
ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ คือ เหมือนเวลาเราไปทานบุฟเฟต์แล้ววางมัดจำก่อน พอทานจริงก็ค่อยเคลียร์ยอดอีกทีค่ะ
ทำไมต้องมีการ “ประมาณการ”?
เหตุผลหลักเลย คือ รัฐบาลอยากให้มีเงินไหลเข้าระหว่างปี ไม่ต้องรอสิ้นปีทีเดียว และป้องกันบริษัทเลี่ยงภาษีโดยรอไปเคลียร์ทีเดียวปลายปี
จะเกิดอะไรขึ้นถ้า “ประมาณการต่ำกว่าความจริง”?
โดยหลักการตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและชำระภาษี หรือยื่นรายการและชำระภาษี โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิต่ำกว่าความจริงเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาดไปหรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี (ตามมาตรา 67 ตรี ประมวลรัษฎากร)
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเราประมาณการไว้ต่ำเกินไป แล้วกำไรจริงสูงกว่าเยอะ บริษัทเตรียมโดนเงินเพิ่ม 20% แน่นอนค่ะ
เคล็ดลับจากแอดมิน
แอดมิน แนะนำเลยว่า ควรประมาณการให้ต่ำที่สุด แต่อย่าให้ขาดไปเกินกว่า 25% เพราะจะทำให้กิจการสามารถรักษากระแสเงินสดไว้ในมือได้มากกว่า และป้องกันความยุ่งยากในกรณีที่จ่ายภาษีเกินซึ่งจะได้ไปขอคืน ซึ่งไอ้ตรงนี้แหละที่เป็น Challenge และต้องอาศัยความเก๋าประสบการณ์ของทีมการเงินของบริษัท (การจงใจประมาณการให้ขาดไป ไม่ได้มีข้อเสียอะไรเลยนะ ถ้าจำนวนที่ประมาณขาดนั้นไม่ถึง 25% )
สำหรับธุรกิจใหม่ กำไรยังไม่แน่นอน ให้พิจารณาตามงบจริงครึ่งปี จะช่วยให้ใกล้เคียงมากขึ้น ถ้าไม่มั่นใจ แอดมินแนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือนักกฎหมายภาษีดีกว่าค่า ลงทุนตรงนี้ดีกว่ามาเจ็บหนักทีหลัง
แอดมินขอฝากไว้เลยค่ะว่า เรื่องภาษีไม่ได้มีไว้แค่เสียเงิน แต่คือ “การวางแผนธุรกิจ” ให้เราเดินได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามกฎหมายค่ะ

